พยาบาลอาชีวอนามัยกับ HIA

User Rating:  / 4
PoorBest 

 

 

พยาบาลอาชีวอนามัยกับ HIA

จันทร์ทิพย์ อินทวงค์ พยาบาลอาชีวอนามัย กลุ่มงานอาชีวเวชกรรมโรงพยาบาลระยอง

ทำไมต้อง HIA

ใน พ.ศ. 2550 มีกฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ 3 ฉบับ ดือ

  1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอานาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 67 กล่าวถึงสิทธิของชุมชนว่า การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลหระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้าน คุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพย์ยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ต้องมีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน
  2. พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 กำหนดสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐ ก่อนการอนุญาตหรือการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมใดที่อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพของตนหรือของชุมชน และหน้าที่ของหน่วยงานรัฐในการเปิดเผยข้อมูลและวิธีป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน รวมทั้งมีสิทธิร้องขอให้มีการประเมินและมีสิทธิร่วมในกระบวนการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพจากนโยบายสาธารณะ
  3. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 กำหนดว่า การจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมนั้นต้องวิเคราะห์ผลกระทบต่อสุขภาพด้วย

หลังจากการประกาศให้มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษ และต่อมาศาลปกครองสั่งระงับ(ชั่วคราว) โครงการหรือกิจกรรมที่อาจมีผลกระทบต่อชุมชนอย่าง “รุนแรง” ที่ดำเนินการก่อสร้างหรือขยายโรงงานในพื้นที่มาบตาพุด บ้านฉางและใกล้เคียง ที่มิได้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาตรา 67 และกฎหมายสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 หรือกระทำการโดยไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายบัญญัติ 3 ประการ คือไม่มีการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน, กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย ที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่ง คือ จ.ระยอง รวมทั้งต้องจัดให้มีองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมให้ความเห็นประกอบก่อนการดำเนินการ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือศาลมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ยกเว้น โครงการหรือกิจกรรมที่ได้รับใบอนุญาตก่อนวันประกาศใช้บังคับรัฐธรรมนูญฯ และโครงการหรือกิจกรรมที่ไม่ได้กำหนดให้เป็นประเภทโครงการหรือกิจกรรมที่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการซึ่งต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ลงวันที่ 16 มิ.ย. 52

นี่จึงเป็นที่มาที่ทำให้ ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา พยาบาลอาชีวอนามัยที่เคยให้การบริการพยาบาลแก่พนักงานในโรงงานและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษสิ่งแวดล้อมจากโรงงานเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพ เฝ้าระวัง คัดกรอง และควบคุมป้องกันโรค ต้องรับภารกิจที่เพิ่มขึ้น  เป็นภารกิจใหม่คือ มีส่วนร่วมในการให้ข้อคิดเห็นการทำการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน (HIA) ถ้ามองย้อนกลับคงมีความต่างกันไม่มากนักกับการที่มีสิ่งคุกคามต่อสุขภาพในโรงงานที่ส่งผลกระทบต่อพนักงาน กับที่ส่งผลกระทบต่อปรุชาชนในชุมชนจึงทำให้ภารกิจนี้จึงตกเป็นของแพทย์อาชีวเวชศาสตร์และพยาบาลอาชีวอนามัย นี่ก็เป็นคำถามในใจว่า จะต้องจัดลำดับความสำคัญของงานอย่างไรต่อภารกิจที่เพิ่มขึ้นกับภาระงานบริการประจำที่ต้องยังทำอยู่ในอัตรากำลังที่มีอยู่เท่าเดิม ถึงอย่างไรก็ตามการเข้าร่วมในกระบวนการ HIA เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้นดำเนินการ

ภารกิจของพยาบาลอาชีวอนามัยต่อกระบวนการ HIA

  1. จัดทำและสนับสนุนข้อมูลพื้นฐานด้านสุขภาพ
  2. เข้าร่วมให้ข้อคิดเห็นและข้อห่วงกังวลต่อผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในชุมชนในกระบวนการ HIA เช่น ขันตอนของการกำหนดขอบเขตการศึกษาผกระทบ
  3. เข้าร่วมทีมติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดจากโครงการฯ

รู้จัก เข้าใจ และเข้าถึง HIA

เมื่อทราบถึงภารกิจที่เพิ่มขึ้นสิ่งแรกที่พยาบาลอาชีวอนามัยต้องทำคือ พัฒนาองค์ความรู้ของตัวเองให้รู้จัก เข้าใจ และเข้าถึง HIA ก่อน ด้วยการศึกษา ค้นค้าข้อมูลHIA ติดตามข่าวสาร แต่ก็ยังโชคดีที่กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ กรมอนามัยมาจัดประชุมวิชาการ เรื่อง HIA ให้ 1 วันเต็ม ทำให้มีความรู้ความเข้าใจเพิ่มขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ก็ไม่เพียงที่จะทำหน้าที่ นี้ได้อย่างดี ต้องศึกษาเองด้วยเช่นกัน

เมื่อได้รับหนังสือเชิญให้ไปร่วมให้ข้อคิดเห็น ร่างกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ  ตรงนี้แหละที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ที่มีอยู่ ร่วมให้ข้อคิดเห็นและข้อห่วงกังวล เพื่อให้ทีมผู้ที่ทำ HIA ได้นำไปทบทวน ศึกษาและวิเคราะห์ และนำไปสู่การกำหนดขอบเขตและแนวทางฯต่อไป

ก่อนที่จะไปให้ข้อคิดเห็นได้ นั้น หนังสือเชิญที่มาจะมาพร้อมกับเอกสารชุดหนามากๆ บางโครงการเป็นรายงาน EIA ที่เคยอนุมัติโดย สผ. มาแล้ว ทำให้เราต้องศึกษา ว่าโครงการที่เราจะไปให้ข้อคิดเห็นนั้น เป็นโครงการประเภทใด กระบวนการผลิตเป็นอย่างไร มีสิ่งคุกคามต่อสุขภาพอย่างไร ปัจจัยต่อการรับสัมผัสคืออะไร รวมถึงผลกระทบต่อสุขภาพ สังคมและชีวิตความเป็นอยู่   แล้วก็ศึกษาว่าทีมศึกษาร่างขอบเขตและแนวทางประเมินผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร ครอบคลุมประเด็นผลกระทบต่อสุขภาพทั้งกาย จิต สังคม ปัญญาหรือไม่ ตรงนี้แหละสำคัญ จังต้องทำความรู้จัก เข้าใจ และเข้าถึง HIA ให้ดี

HIA คืออะไร

การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ (Health Impact Assessment - HIA) หมายถึง“ กระบวนการตัดสินคุณค่าของนโยบาย แผนงาน หรือโครงการโดยพิจารณาประเด็นและการกระจายของผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อสุขภาพของประชาชนโดยใช้วิธีการและเครื่องมือในการประเมินหลายชนิดร่วมกัน (WHO; 1999)”

ขั้นตอนการทำ HIA

1. การกลั่นกรองโครงการ (Screening) พิจารณาว่าโครงการหรือกิจการที่จะดำเนินการนั้นจำเป็นจะต้องทำHIA หรือไม่ โดยจะพิจารณา จาก ความรุนแรงของผลกระทบ ขนาดของผลกระทบ จำนวนประชากรที่ได้รับผลกระทบ การศึกษา HIA นี้จะเป็นการศึกษาควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

2. การกำหนดขอบเขตการศึกษา (Scoping) ขอบเขตการศึกษามีความสำคัญ ในการทำให้การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมมีความชัดเจนและเน้นประเด็นผลกระทบที่สำคัญที่อาจเกิดขึ้นจากการมีโครงการ รวมทั้งประเด็นทางด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นซึ่งจำเป็นต้องมีการประเมินไว้ โดยในการศึกษาควรจะต้องรวมประเด็นที่สำคัญในความเห็นของสาธารณชนและผู้เชี่ยวชาญ

3. การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ (Assessment) เพื่อคาดการณ์ผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินการของโครงการหรือกิจการ โดยพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตามหลักการของการประเมินความเสี่ยง ได้แก่ การระบุสิ่งคุกคามสุขภาพ (hazard identification) ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณกับการตอบสนอง (dose-response relationship) การประเมินการสัมผัส (exposure assessment) และการจำแนกลักษณะความเสี่ยง (risk characterization) ตามที่ได้กำหนดไว้ในขั้นตอนการกำหนดขอบเขตการศึกษา (scoping) ขั้นตอนการประเมินฯ ประกอบด้วย

1) การรวบรวมข้อมูลพื้นฐาน (Baseline Information / Profiling)

2) การประเมินและจัดระดับความสำคัญของผลกระทบ

3) การเสนอมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบและการจัดทำรายงาน ซึ่งต้องทำเป็นลาย ลักษณ์อักษรและเก็บไว้ในที่ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐตรวจสอบได้

4. การพิจารณารายงาน และการตัดสินใจ (Review and Decision Making) ผู้พิจารณารายงานในเบื้องต้น และคณะกรรมการผู้ชำนาญการ จะพิจารณาโดยให้ความสำคัญด้านสุขภาพอนามัย โดยคำนึงถึงผลกระทบทางสุขภาพในเชิงองค์รวม รวมทั้งความเหมาะสมของมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบทางสุขภาพสำหรับแต่ละกลุ่ม และมาตรการที่จะส่งเสริมให้เกิดผลกระทบในทางบวกต่อสุขภาพ ขั้นตอนสุดท้ายเป็นการตัดสินใจว่าควรมีการอนุญาตให้มีการดำเนินโครงการหรือไม่

5. การติดตามตรวจสอบและประเมินผล (Monitoring and Evaluation) เพื่อประเมินว่ามาตรการลดผลกระทบได้ถูกนำไปปฏิบัติหรือไม่ และเพื่อประเมินประสิทธิภาพของมาตรการ

มุมมองสุขภาพ และการวิเคราะห์ผลกระทบ

ถึงต้อนนี้ สุขภาพไม่ได้หมายถึงการป่วยเป็นโรค กับไม่เป็นโรคเท่านั้น ในที่นี้ความหมายของสุขภาพหมายถึง ภาวะที่เป็นสุข หรือสุขภาวะ ทั้งทางกาย จิต สังคม และจิตวิญญาณ/ปัญญา  รวมไปถึงการวิเคราะห์ปัจจัยกำหนดสุขภาพอีกด้วย ปัจจัยกำหนดสุขภาพหมายถึง ปัจจัยต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (สุขภาวะ)หรือปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อเงื่อนไขทางสุขภาพและกำหนดความแตกต่างหรือความไม่เท่าเทียมด้านสุขภาพ ซึ่งต้องมองแบบเชื่อมโยงในภาพรวม หากใช้แนวคิดของComprehensive  Standard: The Whitehead’s determinants of health ปัจจัยกำหนดสุขภาพก็ประกอบด้วย ปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยด้านสังคมและเครือข่ายชุมชน และ ภาวะสังคมเศรษฐกิจทั่วไป วัฒนาธรรม และสภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องเชื่อมโยงกับปัจจัยกำหนดสุขภาพ ภายใต้บริบทและเงื่อนไขของชุมชน ให้ความสำคัญกับบริบทและลักษณะเฉพาะของแต่ละชุมชน สะท้อนการให้คุณค่าในมิติสุขภาพ และวิถีการดำเนินชีวิตของแต่ละชุมชน

ที่นี้คงพอเข้าให้ภารกิจใหม่ของพยาบาลอาชีวอนามัยกันพอสมควร ก็ขอให้ทำหน้าที่อย่างสง่า และสามารถผลักดันให้เกิดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบทางสุขภาพสำหรับแต่ละกลุ่มประชาชน และมาตรการที่จะส่งเสริมให้เกิดผลกระทบในทางบวกต่อสุขภาพให้กับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ ได้รับการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมกันนะคะ

เอกสารอ้างอิง

  1. สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางการประเมินผลกระทบทางสุขภาพใน รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ธันวาคม 2552
  2. กรมอนามัย