เรามารู้จักกับ แมงกะพรุนไฟเรือรบโปรตุเกส กันเถอะ!!

 

ช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมา เราจะได้ยินข่าว พบแมงกะพรุนไฟเรือรบโปรตุเกส ในสถานที่ท่องเที่ยว บริเวณชาดหาดหมู่เกาะ จ.กระบี่ และ จ.ภูเก็ต ซึ่งมีนักท่องเที่ยวถูกพิษ แต่โชคดีที่ได้รับพิษเพียงเล็กน้อย มีข่าวออกมาแจ้งเตือนให้ระมัดระวัง เนื่องจาก แมงกะพรุนไฟชนิดนี้มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก  และเมื่อต้นเดือน มีค. 2561 ที่จ.ระยอง มีนักท่องเที่ยว พบแมงกะพรุนไฟเรือรบโปรตุเกส บริเวณอ่าวไข่ หาดแหลมแม่พิมพ์ จ.ระยอง ซึ่งไม่มีผู้ได้รับอันตรายเนื่องจากไม่ได้สัมผัส

 

แมงกะพรุนไฟเรือรบโปรตุเกส (Portuguese man-of-war) เป็นแมงกะพรุนไฟสายพันธุ์  Physalia มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส จัดเป็นแมงกะพรุนไฟที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก มีลําตัวสีชมพูม่วง น้ำเงิน หรือเขียว ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร รูปร่างของร่มคล้ายเรือใบ ลักษณะภายนอกของลําตัวมีปากยื่นยาวออกมาจากลําตัว และมีหนวด (ยาวได้มากถึง 30 เมตร) ออกมาจากขอบร่มเป็นสายยาว โดยปกติจะไม่พบในน่านน้ำไทย โดยจะพบในทะเลเปิดของมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ, ทะเลเมดิเตอเรเนียน, มหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรอินเดีย แต่จะอาจจะถูกกระแสน้ำพัดมาเกยตื้นหรือเข้าสู่น่านน้ำไทยได้ในบาง ฤดูกาล

อันตรายจากพิษของแมงกะพรุนไฟเรือรบโปรตุเกส

แมงกะพรุนไฟเรือรบโปรตุเกส มีพิษที่ทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนเป็นอย่างมาก

บริเวณผิวที่สัมผัสกับแมงกะพรุนจะไหม้เป็นรอยแดง 

พิษของมันยังสามารถทำลายระบบประสาท ผิวหนัง หัวใจ และรุนแรงจนทําให้เสียชีวิตได้

วิธีปฐมพยาบาลเมื่อโดน “แมงกะพรุนไฟเรือรบโปรตุเกส”

  1. ใช้วัสดุแข็ง เช่น กระดาษ บัตร ไม้เขี่ยหนวดออกจากบริเวณที่สัมผัส โดยห้ามใช้มือสัมผัสโดยตรง

  2. ห้ามนวด ถูหรือทายาใดๆบริเวณที่โดนสายแมงกะพรุนถึงแม้ว่าอาจมองไม่เห็นว่ามีหนวดแมงกะพรุนหลงเหลืออยู่แล้ว เนื่องจากยังมีโอกาสที่จะมีถุงพิษเล็กจํานวนมากอยู่บนบริเวณผิวหนังโดยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งถุงพิษเหล่านี้จะถูกกระตุ้นเมื่อมีแรงกดทับที่ผิวบริเวณนั้น ทําให้เกิดการยิงเข็มพิษเข้าสู่ร่างกาย และทําให้เกิดอาการมากขึ้น

  3. ราดผ่านด้วยน้ำทะเล เพื่อให้หนวดที่ติดอยู่ออกไปให้มากที่สุด ห้ามใช้น้ำจืด ล้างโดยเด็ดขาด เนื่องจากจะกระตุ้นกระเปาะพิษให้เพิ่มมากขึ้น

  4. ถ้าเป็นไปได้ให้ใช้ยาชาชนิดพ่นในการลดอาการปวด เพื่อหลีกเลี่ยงการที่ต้องถูนวดบริเวณที่สัมผัสแมงกะพรุน ในกรณีที่ไม่มียาชาชนิดพ่น ใช้น้ำแข็งประคบเบาๆเพื่อลดอาการปวด

  5. ถ้ามีอาการรุนแรง เช่น เริ่มรู้สึกหายใจลําบาก หรือเริ่มหมดสติให้รีบนําตัวส่งโรงพยาบาล

          ควรหลีกเลี่ยงการไปเที่ยวทะเลในช่วงฤดูฝน เพราะเป็นช่วงที่พบแมงกะพรุนได้บ่อย และมีจำนวนมาก แต่หากเจอกับพิษของแมงกะพรุนเข้าอย่างจังโดยบังเอิญจริงๆ ให้ระวังอย่าสัมผัสโดนแมงกะพรุน และผิวบริเวณที่โดนแมงกะพรุนทุกชนิด แล้วรีบพบแพทย์จะดีที่สุด

แหล่งที่มา

ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งทะเลอันดามัน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

https://hilight.kapook.com/view/156107

https://www.thairath.co.th/content/965873

http://thairats.com

 

Powered by OrdaSoft!